ปั้นศิลป์ กินถ่าน เมนูขนมหวานสุดเก๋ ที่ KYO BAR สยามพารากอน เริ่ดสุดในสามโลก!!


ปั้นศิลป์ กินถ่าน เมนูขนมหวานสุดเก๋ AMAZING ART DESSERTที่ KYO BAR สยามพารากอน เริ่ดสุดในสามโลก!! พูดเลยว่าร้านนี้เด็ดมาก สายหวานต้องมา

คลิปวิดีโอรีวิว

เฮลโหล ซูชิบาร์ มาในรูปแบบของหวานนะจ๊ะวันนี้ หมีพาไปอร่อยแปลกแหวกไม่เหมือนใครที่ร้านของหวานโคตรเก๋ ชิคสุดในสามโลกแห่งสยามนคร ที่ร้าน KYO BAR (เกียวบาร์) ซึ่งมีเพียงสาขาเดียวเท่านั้น คือที่สยามพารากอน ชั้น G (North Zone) แน่นอนว่า รถไฟฟ้าสยาม มาถึงเช่นเคยจ้ะ

สำหรับร้าน KYO BAR เป็นร้านขนมสุดชิคในห้างกลางเมือง ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากร้านซูชิ เลยทำให้เมนูขนมต่างๆ ถูกครีเอทมาแบบกิ๊บเก๋ แฝงไปด้วยกลิ่นไอญี่ปุ่น มีความอาร์ทขั้นสุด บางเมนูนี่ถ้าไม่บอกก็นึกว่าเสิร์ฟอาหารคาวมา

เค้าบอกว่าร้านนี้เป็น Raising The Bar Of Dessert ที่มาพร้อมคอนเซปต์ Chef’s Table เสิร์ฟความอร่อยอย่างเหนือระดับ บนบาร์ขนมหวาน แบบเป็นคอร์ส เริ่ดหรูไปอีกเจ้าค่ะ คุณค่าที่เราคู่ควร

การจัดระเบียบโต๊ะ ก็จะเป็นบาร์ตามชื่อร้านเลยจ้ะ มีเพียง 13 ที่นั่งเท่านั้น พอเราเลือกเมนูไปแล้วก็จะมีเชฟมารังสรรค์ความอร่อยให้เราสดๆ ตรงหน้าเลย ร้านเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น.

สำหรับการสั่งอาหารก็อย่างที่บอกว่าเสิร์ฟเป็นคอร์ส เราสามารถเลือกได้ว่าต้องการคอร์สเล็ก คอร์สใหญ่ หรือคอร์สสำหรับแพคคู่(2 คน) แต่ถ้าไม่อยากสั่งเป็นคอร์ส ก็เลือกสั่งแบบ A La Carte ได้เช่นกัน

เริ่มที่เมนูเบาๆ เรียกน้ำย่อย Appetizer กันก่อนเลยจ้ะ เมนูนี้คือ BBQ เปิดประสบการณ์ความมหัศจรรย์ ก้อนถ่านทานได้ เรียกน้ำย่อยได้อลังการงานสร้างได้อีก เสิร์ฟมาทีต๊กกะใจ นี่มันเมนูของหวานจริงเปล่าแว๊ ไม่ได้อำเราใช่มั้ย

ตอนที่ยังไม่มีการอธิบายเมนูใดๆ ก็คิดในใจว่า ขาปูมันกินกับซอสสตรอเบอร์รี่ และชาไทยได้จริงเหรอ มันเข้ากันใช่มั้ย (คิดแบบซื่อสุดฤทธิ์ ณ จุดนี้ ฮ่าาาา)

ที่ร้านก็คงเห็นหน้าซื่อๆ ใสๆ ของเรา กลัวจะเอาขาปูเข้าปากจริงแล้วจะทำพร๊อพเค้าเสียหาย เลยรีบอธิบายวิธีการรับประทานให้ฟังว่า ส่วนที่กินได้คือถ่านชาโคลสีดำๆ ในเตานั่นแหละค่ะ หน้าตามันแบบ ถ่านฟืนไฟหุงข้าวจริงๆ เลย ยังมีแอบคิดในใจ เค้าไม่แกล้งเราใช่มั้ย ทำไมต้องเหมือน ทำไมต้องสมจริงสแตนอินไม่ต้องขนาดนี้ 555

แต่มันก็กินได้จริงๆ จ้ะ มันเป็นเมอแรงค์ชาโคล ที่พอเอามือแตะยังเผลอแอบคิดว่าเป็นถ่านจริงๆ อยู่เลย

จิ้มซอสชาไทย เฮ้ยยยย!! อร่อย ปาดให้เกลี้ยง อย่าให้เหลือ ทั้งซอสทั้งถ่าน

อีกถ้วยเป็นซอสสตรอเบอร์รี่ จะมีรสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ นี่ก็ฟินไปอีก ปาดให้เกลี้ยงเช่นกันค่ะ ถ่านหมดก่อนก็เอาช้อนมาตักสตรอเบอร์รี่ให้เกลี้ยง หมีชอบ หมีฟิน หมีอยากเบิ้ล แต่ยั้งใจไว้ก่อน นี่เพิ่งเมนูแรกเอง

สายแข็งมา จัดมา 2 คอร์สไปเลยจ้า Appetizer กันต่ออีก 1 เมนู ความกิ๊บเก๋นี้มีชื่อว่า Egg Custard Pudding พุดดิ้งผสมวานิลลาแท้ จากมาดากัสการ์ ที่ให้สัมผัสนุ่มละมุนหวานกลมกล่อม เสิร์ฟในรูปแบบของไข่เต็มฟอง

เปิดกล่องออกมาจะพบหน้าตาพิถีพิถันแบบนี้

ไม่ไหวจะรอมือใครเร็วได้ช้อนก่อน ฮ่าาาา พร้อมกินมาก

เนื้อมูสแบบ ละมุนสมคำร่ำลือ หอมวานิลามาก แทบละลายในปาก มันเข้ากันไปหมดเลย ด้านล่างมีซอสคาราเมล มีความหอมน้ำตาลไหม้ ไม่มีอะไรจะพูดไปได้มากกว่าคำว่า “สุดอะ” อยากเบิ้ลอีกแล้ว

แต่เมนูนี้เบิ้ลไม่ได้ เพราะขายดีมาก ของหมด คนจีนชอบมาก เหมาไปซะไข่เกลี้ยงแผงเลย

คั่นด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ ซะหน่อย ประกอบด้วย ชาเขียว กาแฟ เสาวรส (จากซ้าย ไป ขวา)

มาต่อกันที่ Main Course จานแรก Zen Garden อีกหนึ่ง Signature ด้วยแรงบันดานใจจากสวนหินอันเลื่องชื่อของเมืองเกียวโต กลายเป็นคอนเซ็ปต์ สวนหินทานได้ บอกเลยว่ากินได้ทุกอย่างในจาน รวมถึงใบม้งใบไม้ก็ด้วย ไม่ได้แค่ประดับมาเล่นๆ นะจ๊ะ

มาดูกันว่าแต่ละชิ้นมีอะไรบ้าง : ก้อนหินชีสเค้กรสงาดำ ตกแต่งลวดลายทางเดินด้วยคุกกี้สีดำจากถ่านไม้ไผ่ญี่ปุ่นที่ออกแบบเหมือนลานดิน ให้ความรู้สึกเหมือนได้เดินอยู่ท่ามกลางบรรยากาศจริง เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมกรานิต้ารส “โกมะ” หรืองาดำสุดหอม

กรานิต้าโกมะ งาดำสุดหอม เย็นเจี๊ยบ ชื่นใจ

ก้อนนี้น่าจะเป็นถั่วเคลือบงาดำ ส่วนถั่วเหลืองหรือถั่วเขียวนี่สารภาพว่าจำไม่ได้ ฮ่าาา

นี่ก็ถั่วรสมัตฉะ ใบเขียวๆ กับใบเหลืองๆ ก็กินได้นะ ชอบอันสีเหลือง กรอบหน่อยๆ อร่อยดี รสมิโสะหรือไงเนี่ย ส่วนก้อนดำๆ เบลอๆ ด้านซ้ายเป็นนามะช็อคโกแลต ก้อนนี้รัก จำแม่นเลย อิอิ

ไฮไลท์ประจำจานนี้ก็เห็นทีจะหนีไม่พ้น ก้อนหินชีสเค้กรสงาดำ ก้อนนี้แหละ ส่วนสีเหลืองๆ เป็นเจลลี่รสส้มยูสุ ส่วนแผ่นกลมๆ สีดำๆ ติดพื้นจานนั้นอะไรไม่รู้จำไม่ได้ แต่กินได้ จำได้แค่นี้ กินจนเบลอเลยทีเดียว รายละเอียดช่างเยอะนัก

ได้เวลาผ่ามาดูเลเยอร์ด้านในของน้องก้อนหินละเมอ กินแล้วเพ้อถึงเธอทุกคืนวันกันแล้วจ้ะ

Main Course จานที่ 2 OOPS! เมนูที่ต้องร้อง อุปส์! เพราะเสมือนภาพถ่ายหยุดเวลาของแก้วไอศกรีมพาร์เฟต์ที่กำลังร่วงหล่นลงบนจาน กับรสชาติที่ผสมผสานกันระหว่างสตรอเบอร์รี่มูส และไอศกรีมโยเกิร์ต พร้อมด้วยกรานิต้าที่สกัดจากดอกไฮบิสคัส (ดอกชบา) ให้ความสดชื่นเปรี้ยวอมหวานแบบลงตัว

ขอตั้งชื่อแบบส่วนตัวว่าเมนู หก ตก ใส่ปาก เผลอแป๊บเดียวเกลี้ยงจาน สมาชิกไม่รอเจ๊ เมนูนี้ตักคล่องปรื้ด…คล่องปรื้ด ละลายในปาก

มีทั้งสตรอเบอร์รี่สด และสตรอเบอร์รี่อบแห้ง มูสตรอเบอร์รี่ เจลลี่ ช็อคโกแลตรสสตรอเบอ์รี่ ให้มันเป็นสีชมพู

Cacao Story เมนู Signature ที่ใครเห็นก็ร้องว้าว ช่างดึงดูดสายตายิ่งนัก เมนูนี้ก็สมชื่อ Cacoa Story เพราะเป็นเรื่องเล่าของต้น Cacao หรือ
เมล็ดโกโก้ ตั้งแต่เริ่มปลูกจนกระทั่งผลิดอก ออกผลเป็นเมล็ดโกโก้ร่วงหล่นบนพื้นดินในป่า สุดประทับใจกับการตกแต่งดุจงานศิลป์เหมือนได้แอบอิงใต้ร่มเงาของต้นโกโก้ที่พร้อมจะส่งต่อความอร่อยผ่านเมนูช็อกโกแลตสุดเข้มข้น และหลากหลายในจานเดียว เรียกว่ามีครบทุกรสสัมผัส (Texture) เลยล่ะจ้ะ

น้องมาร์ชเมลโล่เห็ดมุ้งมิ้ง กับเมล็ดผลโกโก้ก้อนโต

พื้นดินอันอุดมสมบูรณ์ก็มา ด้านล่างจะมีทั้งบราวนี่และไอศครีมรสช็อกโกแลต เวลาทานก็ให้คลุกเคล้าให้เข้ากัน เหมือนเรากำลังพรวนดิน และก็ตักกินให้ครบทุกวัตดุดิบในคำเดียว เพื่อความละมุนขั้นสุด

ผ่าโกโก้ออกมาจะมีความลาวาหน่อยๆ ดังแสดง

สุดท้าย…ท้ายสุด เมนูนอกรอบ KYOTO WINTER รับลมหนาวในบรรยากาศเมืองเกียวโต กับซอฟท์ครีมชาเขียว และชาโคล เสิร์ฟพร้อมทาร์ตชาเขียวลาวาชิ้นโต ที่กินไม่ได้อย่างเดียวในจานนี้ก็คือกระบอกไม้ไผ่ใส่ไอติมนั่นแหละ ที่เหลือก็…คงไม่ต้องบอกนะว่าเกลี้ยงขนาดไหน 555

ร้านเป็นเครือเดียวกับ KYO ROLL EN เห็นหน้าตาไอศกรีมแบบนี้ รสชาติแบบนี้ ก็ไม่ต้องแปลกใจ ส่วนพร๊อพไม้ไผ่สีเขียวๆ เป็นเมอแรงค์กรอบๆ จ้า

ทาร์ตชาเขียวชิ้นโต เดี๋ยวมาผ่าดูความลาวากัน ส่วนพร๊อพที่มีมาให้ ก็มีทั้งเจลลี่ส้มยูสุ สตรอเบอร์รี่สด นามะช็อคโกแลต เป็นต้น

ไส้ลาวาชาเขียวฉ่ำๆ มาแล้ว

มื้อนี้คือดีงาม ตอนนี้ก็มาถึงขั้นตอนการสรุปแล้ว เผื่อใครจะตามไปชิลบวมๆ วนไปและวนไปด้วยกันจ้ะ

รายละเอียด
ร้าน : KYO BAR  (เกียวบาร์)

พิกัด : Siam Paragon ชั้น G
เมนู : ขนมหวาน
คอนเซ็ปต์ : Chef’s Table (เสิร์ฟเป็นคอร์ส โดยมีเชฟรังสรรค์เมนูให้ชมกันสดๆ จานต่อจาน)
ที่นั่ง : บาร์ 13 ที่นั่ง
เปิดบริการ : ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00
โทร. 02 610 7583
IG : kachabros
Facebook https://www.facebook.com/kyorollen

ราคา : 
UME : Main + Beverage 300 บาท
TAKE : Appetizer + Main + Beverage 400 บาท
MATSU (for 2 persons) : Appetize + Main + 2 Beverages หรือ 2 Appetizer + Main + Beverage 550 บาท
A La Carte : Main จานละ 250 บาท

หมายเหตุ : ราคาสุทธิ์ รวม Vat และเซอร์วิสชาร์จแล้ว 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s